ไม้ต้น สูง 10-30 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มโปร่ง ลําต้นเปลาตรง เปลือก ต้นสีขาวปนเทา ค่อนข้างเรียบ ยอดอ่อนมีหูใบหุ้ม ใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับ แผ่น ใบรูปรีแกมขอบขนาน ถึงรูปใบหอก กว้าง 4-10 เซ็นติเมตร ยาว 5-20 เซ็นติเมตร ปลายใบแหลมถึงเรียวแหลม โคนใบกลม มน หรือสอบ ดอกเดี่ยว สีเหลืองส้ม ออก ตามง่ามใบ มีกลีบเลี้ยงและกลีบดอกรวมกัน 12-15 กลีบ กลีบด้านนอกรูปหอก กลับ ปลายเรียวแหลม กลีบดอกชั้นในสั้นและแคบกว่าชั้นนอก เกสรเพศผู้มีจํานวน มาก รังไข่รวมกันเป็นแท่ง ผลแห้ง รูปรี หรือรูปไข่ เปลือกแข็ง ออกเป็นกลุ่ม เปลือก ผลมีจุดสีขาวขรุขระโดยรอบ ผลแก่สีนํ้าตาล แตกด้านข้าง เมล็ดสีดํา ค่อนข้างกลม เยื่อหุ้มเมล็ดสีแดงส้ม
จำปามีถิ่นกำเนิดที่อินเดีย พม่า เนปาล อินโดจีน และทางทิศตะวันตกถึงทิศใต้ของจีน และเป็นพืชปลูกหลายประเทศในเขตอบอุ่น พบในป่าดงดิบที่ระดับต่ำ 200-1000 ม. จากน้ำทะเล
บัญชียาหลักแห่งชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2554 ใช้เป็นยาหอมทิพโอสถ (แก้ลมวิงเวียน) ยาหอมอินทจักร์ (แก้ลมบาดทะจิต แก้คลื่นเหียนอาเจียน แก้ ลมจุกเสียด) ยาสามัญประจําบ้าน พ.ศ. 2556 ใช้เป็นยาแก้ลมวิงเวียน ยาหอม ทิพโอสถ (แก้ลมบาดทะจิต ใช้นํ้าดอกมะลิ แก้คลื่นเหียนอาเจียน ใช้นํ้าลูกผักชี เทียนดําต้ม ถ้าไม่มีใช้นํ้าสุก แก้ลมจุกเสียด ใช้นํ้าขิงต้ม) ดอกมีนํ้ามันหอมระเหย ใช้เข้ายาไทยเป็นยาบํารุงหัวใจ บํารุงประสาท บํารุงโลหิต แก้คลื่นไส้ แก้ไข้ ขับ ปัสสาวะ จัดอยู่ในพิกัดเกสรทั้งเจ็ดและเกสรทั้งเก้า เปลือกต้นแก้ไข้ บํารุงหัวใจ และขับเสมหะ
ดอก กระพี้ เปลือกต้น ใบ เนื้อไม้
นิยมขยายพันธุ์ด้วยวิธีการตอนกิ่ง
ตามธรรมชาติในป่าดิบ ทั่วทุกภาคของประเทศ ในต่างประเทศพบที่เนปาล อินเดีย จีน และภูมิภาคอินโดจีน
ออกดอกและติดผล เดือนกรกฎาคม-ตุลาคม
FAMILY : MAGNOLIACEAE
สถานะภาพทางการอนุรักษ์ : ปัจจุบันเป็นพันธุ์ไม้ที่ค่อนข้างหายากในป่าธรรมชาติ