การศึกษาชนิดและประชากรนกในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาเขียว-เขาชมพู่ในพื้นที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียว

ศึ กษาชนิดและประชากรนกที่อาศัยในระดับพื้นดินและบนไม้ โดยวิธีจับติดเครื่องหมายปล่อยกลับแล้วจับซ้ำด้วยตาข่ายหมอก ในพื้นทีสวนสัตว์เปิดเขาเขียว-เขาชมพู่ ระหว่างเดือนกันยายน พ.ศ. 2537 ถึงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2538 แบ่งพื้นที่ศึกษาออกเป็น 4 บริเวณ คือ สวนกล้วย โกรกน้ำแดง โกรกน้ำขาว และสระบัว พบนกทั้งหมด 8 อันดับ 23 วงศ์ 59 ชนิด ประชากรทั้งหมด 971 ตัว โกรกน้ำขาวพบชนิดและชากรมากที่สุด 38 ชนิด (322) ตัว รองลงมาคือสวนกล้วย 36 ชนิด(267) ตัว สระบัว 30 ชนิด (217) ตัว และโกรกน้ำขาว 28 ชนิด (165) ตัว ตามลำดับ แต่ละบริเวณมีค่าความหลากหลาย และความเท่าเทียมกันดังนี้ มากที่สุด คือสวนกล้วย 1.288:10.472 รองลงมาคือ โกรกน้ำแดง 1.268:9.59 สระบัว 1.266:9.324และโกรกน้ำขาว 1.058.7.557 ตามลำดับ สถานภาพการปรากฏเป็นนกประจำถิ่น 51 ชนิด นกอพยพ 8 ชนิด สถานภาพการดำรงชีพเป็นนกร่อนหาเหยื่อจากที่สูง 5 ชนิด หากินตามพื้นดิน 7 ชนิด หากินตามพุ่มไม้และบนต้นไม้ 44 ชนิด หากินตามชายน้ำ 3 ชนิด สถานภาพความชุมชุมในธรรมชาติ พบบ่อยมา 15 ชนิด พบบ่อย 30 ชนิด พบไม่บ่อย 13 ชนิด และพบได้ยาก 1 ชนิด สถานภาพการถูกคุกคามที่ยังไม่ได้ประเมิน 58 ชนิด ใกล้สูญพันธ์ 1 ชนิด ลักษณะอาหารที่กินเป็นนกกินแมลง 30 ชนิด กินสัตว์ที่มีกระดูกสันหลังขนาดเล็กเป็นอาหาร 10 ชนิด กินผลไม้เป็นอาหาร 10 ชนิด กินน้ำหวานเป็นอาหาร 4 ชนิด กินปลาและสัตว์น้ำขนาดเล็กเป็นอาหาร 3 ชนิด และกินเมล็ดพืชเป็นอาหาร 2 ชนิด
สถานภาพการปรากฏหรือการอยู่อาศัยในประเทศไทย (Seasonality) แบ่งเป็น 5 ประเภท
(โอภาส,2541) คือ
1. นกประจำถิ่น (Resident) คือนกที่สร้างรัง วางไข่ และอาศัยอยู่ในประเทศไทยตลอดทั้ง ปี
2. นกอพยพมาช่วงนอกฤดูผสมพันธุ์ (Non-Breeding Visitor ) นกเหล่านี้จะผสมพันธุ์ วางไข่ ในประเทศที่มีอากาศหนาวเย็นทางตอนเหนือของประเทศไทย เช่นตอนเหนือของ จีน ไซบีเรีย เกาหลี ญี่ปุ่น บริเวณเทือกเขาหิมาลัย และที่ราบสูงทิเบต เป็นต้น แล้วจะเดินทางมายังประเทศไทยในช่วงเดือนกันยายนถึงเดือนพฤศจิกายน (บางชนิดอาจจะมาเร็วหรือช้ากว่านี้) และอาศัยอยู่ในประเทศไทยตลอดช่วงฤดูหนาว จากนั้นจึงกลับถิ่นเดิมในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม ตัวอย่างเช่น นกพงหญ้า นกกระจิ๊ด นกจับแมลง และนกจาบปีกอ่อน เป็นต้น บางครั้งก็เรียกนกพวกนี้ว่า นกอพยพในช่วงฤดูหนาว
3. นกอพยพ ผ่าน(Passage migrant) จัดเป็นนกอพยพพวกหนึ่ง มีจุดหมายปลายทางที่ภาคใต้ของประเทศไทย มาเลเซีย หรืออินโดนีเซีย นกเหล่านี้จะปรากฏในประเทศไทย (ยกเว้นภาคใต้) เป็นเวลาสั้น ๆ ประมาณเดือนสิงหาคมถึงเดือนพฤศจิกายน หลังจากนั้นก็จะเดินทางต่อไปยังจุดหมายดังกล่าว นกอพยพผ่านจะไม่สร้างรัง วางไข่ ในประเทศไทยแต่อย่างใด และอาจปรากฏอีกครั้งหนึ่งในช่วงอพยพกลับประมาณเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม หรือไม่พบอีกเลยจนกว่าจะถึงฤดูอพยพในปีต่อไป ตัวอย่างนกเหล่านี้ เช่น นกชายเลนส่วนใหญ่ นกกระจิ๊ดหัวมงกุฎ นกจับแมลงตะโพกเหลือง นกซ่อมทะเลอกแดง และนกอีเสือลายเสือ เป็น ต้น
4. นกอพยพสร้างรัง (Breeding visitor) นกอพยพเหล่านี้จะอพยพเข้ามายังประเทศไทยเพื่อผสมพันธุ์วางไข่โดยเฉพาะ เมื่อเลี้ยงดูลูกอ่อนจนกระทั้งแข็งแรงและบินได้แล้วก็จะอพยพกลับถิ่นเดิม นกเหล่านี้มักจะเป็นนกที่อาศัยอยู่ในเขตร้อนเช่นเดียวกับนกประจำถิ่น การอพยพส่วนใหญ่จึงเป็นการอพยพภายในเขตร้อนด้วยกัน และฤดูกาลอพยพก็ไม่จำเป็นต้องเป็นฤดูหนาวอย่างนกอพยพมาช่วงนอกฤดูผสมพันธุเหนือ นกอพยพผ่าน ตัวอย่างเช่น นกยางดำ นกอีลุ้ม นกแต้วแล้วธรรมดาและนกแอ่นทุ่งใหญ่ ซึ่งจะพบในเดือนเมษายนหรือพฤษภาคม สร้างรังวางไข่ในช่วงฤดูฝนอาศัยอยู่จนกระทั่งเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน ในภาคใต้อาจพบตลอดทั้งปี แต่ส่วนใหญ่จะย้ายถิ่นไปยังมาเลเซียและอินโดนีเซีย นกปากห่างจะเดินทางเข้ามายังประเทศไทยประมาณเดือนตุลาคม สร้างรังวางไข่ในช่วงฤดูหนาวแล้วกลับไปถิ่นเดิมที่ประเทศอินเดียและปากีสถานในช่วงเดือนพฤษภาคม
5. นกหลงเข้ามา (Vagrant) เป็นนกที่พบครั้งเดียวหรือร้อยครั้งแรก และเมื่อพิจารณาจากถิ่นกำเนิดแล้ว ไม่น่าพบในเมืองไทย หรือเป็นนกที่พบผิดสถานที่ เช่น นกจมูกหลอดลายซึ่งเป็นนกทะเลแต่กลับไปพบที่จังหวัดมหาสารคามภายหลังเกิดพายุไต้ฝุ่น เป็นต้น
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

1. ใช้เป็นพื้นฐานในการพัฒนา/ ปรับปรุงงานวิจัยด้านการอนุรักษ์ให้มีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น
2. ใช้เป็นข้อมูลสนับสนุนโครงการ เตรียมนำสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติในอนาคต
3. ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเพื่อการจัดการถิ่นที่อยู่ในโครงการนำสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติ
คณะทำวิจัย

1. นายนริศ แก้วสลับนิล
2. นายวันชัย ตันวัฒนะ
3. นายสุเมธ กมลนรนาถ
4. นายโสภณ ดำนุ้ย
จากงานวิจัยสวนสัตว์เปิดเขาเขียว เอื้อเฟื้อข้อมูลงานวิจัย