พิสูจน์ชัดปลาโลมารักษาโรคได้
   
การรักษาโรคบางครั้งก็ใช้สัตว์ช่วยในการรักษาเช่นโรคออทิสติกในเด็ก จะให้ปลาโลมาช่วยรักษาโรคให้ ซึ่งโรคจิต โรคเครียด สามารถรักษาด้วยธรรมชาติบำบัดได้ ซึ่งแพทย์มหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษ ได้พิสูจน์ความลับการรักษาโรคจิตและโรคเครียดได้ผลดีและเร็วกว่ารักษาด้วยยาแผนปัจจุบัน
การวิจัยครั้งนี้ ดร. ไมเคิล รีเวลลีย์อาจารย์มหาวิทยาลัยแพทย์แห่งเมืองลีสเตอร์ ประเทศอังกฤษต้องการพิสูจน์ให้พวกไม่ยอมรับ วิถึทางธรรมชาติบำบัด ได้รู้เห็นความจริงที่น่าตกตะลึง “ไม่เพียงรักษาโรคทางจิตอย่างได้ผลอาการเจ็บป่วยจะไม่หวนกลับมาอีก ต่างจากการศึกษาทางยา อาการจะกลับมาอีกหากคนไข้ไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมเดิม นายแพทย์ไมเคิลใช้เวลาทดลอง 2 สัปดาห์ โดยคัดเลือกคนป่วยทางจิตระดับปานกลาง 15 คนไปว่ายน้ำดำน้ำเล่นกับโลมาปากขวดวันละ 1 ชั่วโมง
คนป่วยที่เป็นอาสาสมัครทดลองครั้งนี้ ล้วนเป็นผู้ป่วยทางจิตประเภท เป็น ๆ หาย ๆ ทั้งหมดถูกนำมาที่ศูนย์เลี้ยงโลมาเพื่อบำบัดโรคแก่คนที่ประเทศฮอนดูรัส (ประเทศในทวีปอเมริกากลาง) คนป่วยอาสาสมัครถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกรักษาทางยา และตามแบบอายุรเวชต่อไป โดยไม่ลงไปในสระเล่นน้ำกับปลาโลมา อีกกลุ่มเลิกกินยาลงเล่นน้ำกับโลมาทุกวัน
ผลการทดลองปรากฏว่ากลุ่มผู้ป่วยโรคจิตที่รักษาด้วยโลมา มีอาการทุเลาเพียงแค่ 2 สัปดาห์ผ่านไปคนป่วยที่รักษาด้วยยา ก็ทุเลาลงเช่นกันแต่ต้องใช้เวลาถึงเดือนเศษ ผลการศึกษาคนป่วยต่อเนื่องหลังจากอาการทุเลาลงแล้ว ปรากฏว่ากลุ่มที่รักษาด้วยโลมา อาการของโรคจิตจะทุเลาได้ยาวนานกว่ารักษาด้วยยา
อย่างไรก็ตามในวงการแพทย์ไม่อาจสรุป หรือล่วงรู้แน่ชัดได้ว่าปลาโลมารักษาโรคทางจิตแก่คนได้อย่างไร จิตแพทย์บางกลุ่มสรุปว่า ระบบโซนาร์ของปลาโลมาไปกระตุ้นให้ระบบประสาทซึ่งอยู่ส่วนลึกของผู้ป่วยทำงานได้เป็นปกติ หรือมีส่วนใดของระบบประสาทหยุดทำงานหรือขัดข้อง โซนาร์ของปลาโลมาทำให้ระบบประสาทคนฟื้นตัวสามารถทำงานเป็นปกติไดอีกกลุ่มเชื่อว่าเป็นผลมาจากด้านจิตวิทยาที่คนป่วยลงไปว่ายน้ำ เล่นหัวสนุกกับปลาโลมาที่น่ารัก จึงช่วยให้มีจิตใจแจ่มใสขึ้นมาเองได้ขณะที่รายงานสรุปของ ดร.ไมเคิล สรุปว่า “เชื่อว่าการรักษาด้วยโลมา ช่วยให้ระบบในร่างกายคนเกิดความสมดุลขึ้นโดยวิถีทางธรรมชาติ”“เป็นจิตเวชศาสตร์ฟื้นฟูกระทำผ่านการรับรู้โดยประสาทสัมผัสทั้ง 2 ฝ่าย (Interaction) โดยประสาทสัมผัสของสัตว์โดยธรรมชาติ กระตุ้นไปสู่คนผ่านระบบประสาทสัมผัสทั้งห้า” ้
.....อ่านต่อ....